วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563

อาชีพเสริม สู้โควิด-19 | EP3: ขายของใน Facebook Marketplace (2020) ด้วยมือถือ

ขายของใน Facebook Marketplace เป็นช่องทางการขาย ที่ง่ายที่สุด รองจากการขายหน้า Facebook Profile ของตัวเองนะครับ เป็นช่องทางการขายที่ ใครๆก็ สามารถเข้าไปขายได้แค่มีแอคเค้าใน Facebook เราสามารถปักหมุดได้ว่า เราจะขายให้คนที่อยู่แถวไหนก็ได้

Facebook Marketplace เหมือนจะง่ายก็แค่โพสท์แล้วรอคนเข้ามาดู หลายคนอาจจะคิดแบบนี้ แต่ Facebook เป็น Platform ที่เปลี่ยนแปลงตลอด วันนี้ขายได้ วันพรุ่งนี้อาจขายไม่ได้ เราก็ต้องคอยอัพเดทข้อมูลที่ Facebook ประกาศด้วยนะครับ ว่าเขาห้ามอะไรบ้าง อย่าล่าสุดคือ ห้ามขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ โควิด-19

สิ่งแรกที่เราจะขายของ และควรจะระวังคือ สินค้าต้องห้าม ถ้าขาย เราอาจโดนแบน บางทีสินค้าเราไม่มีอะไร แต่ใส่คำต้องห้าม เราก็อาจจะโดนแบนได้เช่นกัน เช่น เจล หน้ากาก ชื่อสัตว์ ก็ทำให้บอทของ Facebook ตรวจจับแล้วห้ามเราขายของนะครับ ต้อง Request Review เพื่อให้คนเข้ามาตรวจ ระบบก็มีปัญหาบ้างเพราะคนลงขายเยอะมากในแต่ละวัน

สินค้าที่ห้ามขาย เช่น
- หน้ากากอนามัย สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ โควิด19 เครื่องมือวัดไข้ เจล แอลกอฮอล์
- การขายสัตว์
- อาหารเสริมและยา
- Before/After ลดน้ำหนัก
- ละเมิดลิขสิทธิ์ / ผิดกฎหมาย

เทคนิคในการขายของใน Facebook Marketplace
Google Trends ใช้สำหรับค้นหาว่า คีย์เวิร์ด หรือ สินค้าที่เรากำลังจะขายนั้น อยู่ในช่วงไหนของวงจรสินค้า เพราะสินค้าบางตัวมีช่วงที่ขายดี และขายไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราขายเสื้อกันฝน ช่วงฤดูหนาว อาจจะขายได้น้อย หรือ ขายไม่ได้เลย

Google Trends สามารถบอกได้ว่าจังหวัดไหนมีคนสนใจสินค้า หรือ คำค้นหานั้นๆ เรียงจากมากไปน้อย ทำให้เราสามารถโฟกัส หรือ ปักหมุดสินค้าของเราไปในพื้นที่ๆมีคนสนใจเยอะ ทำให้โอกาสในการขายสินค้าก็มากตามไปด้วย

การลงสินค้าใน Facebook Marketplace
การตั้งชื่อให้มีคำค้นหา โดยเราสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์คำค้นหา เช่น Google Keyword Planner หรือ Ubersuggest เพื่อที่เราตั้งชื่อสินค้าได้ถูกต้อง โอกาสที่คนจะมาเจอสินค้าเราก็มากขึ้นตามไปด้วย

การแต่งรูปเพื่อให้เด่นสะดุดตา น่าสนใจ มีใส่โปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้คนอยากซื้อมากขึ้น

การตอบแชทใน Facebook Marketplace ก็จะเหมือนการแชทคุยกันปกติ แนะนำว่าเราควรตอบคำถามเร็วที่สุด เพราะลูกค้าสมัยนี้ตัวเลือกเยอะ ถ้าเราตอบช้าเขาอาจไปซื้อที่อื่นแทน

ตั้งราคารวมส่งแล้ว แต่แจ้งลูกค้าว่า ส่งฟรี ก็จะทำให้คนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าสินค้าราคาไม่สูงมากเราก็จะอาจจะพิจารณาแยกราคาสินค้า กับ ค่าส่งออกจากกัน

COD หรือ เก็บเงินปลายทาง ก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าที่กลัวการโดนหลอก หรือ โกงในการซื้อของออนไลน์มั่นใจได้มากขึ้นและตัดสินใจซื้อ แต่ข้อเสียคือ COD จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และ เราต้องรอโอนเงินนานกว่าปกติ ทำให้บางคนที่ไม่มีเงินสดเพียงพอ อาจจะชักหน้าไม่ถึงหลัง ทางแก้คือ เราสามารถเสนอส่วนลด สำหรับลูกค้าที่โอนเงิน หรือ เก็บค่าส่งเพิ่มถ้าลูกค้าต้องการเก็บเงินปลายทาง

การป้องกัน COD ส่งไปไม่รับสินค้า ถ้าลูกค้าต้องการเก็บเงินปลายทาง เพื่อป้องกันการที่ส่งไปแล้วไม่มีคนรับ หรือ ปฏิเสธการรับสินค้า แนะนำให้โทรไปสอบถามเบอรโทรลูกค้าที่ให้มาก่อน เช่น
สวัสดีค่ะคุณ ... สั่งสินค้า... ยอดเก็บเงินปลายทาง ... ถูกต้องนะคะ สินค้าจัดส่งให้... อยู่บ้านมั๊ยคะ สะดวกรับโทรศัพท์นะคะ

ถ้าโทรคอนเฟิร์มเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่รับ ของตีกลับมาที่เรา เอาไว้ขาย ครั้งต่อไปครับ

หลังจากคล่องแล้ว เข้าใจ กระบวนการขายแล้ว ต่อไปก็ไปลุยได้ทุกที่ครับ ต่อไปสิ่งที่เราจะต้องฝึกคือ มองหาความต้องการของลูกค้า คนกำลังขาดอะไร คนกำลังต้องการอะไร ใครมีปัญหาอะไร เราสามารถหาสินค้า และบริการ มาตอบสนองคนเหล่านั้นได้ไหม เช็ค Google Trends เช็คคำค้นหา เช็คข่าวๆช่องทางต่างๆ เราก็จะเจอโอกาส มองทุกอย่างให้เป็นสินค้าของเรา ไม่ว่าเราจะไปไหน เราจะเข้าเว็บไหนที่ไหน สินค้ามีอยู่ทุกที่ เราสามารถเอามาขายได้หมดทุกอย่าง เลิกคิดว่าของใน Shopee ถูกกว่าในนี้อีก เขาจะมาซื้อเราทำไม เลิกคิดอะไรแบบนี้นะครับ ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ Shopee เป็น ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่ในแต่ Shopee ช่องทางออนไลน์มีมากกว่าที่คิด ขายตรงนี้ไม่ได้ก็ไปขายที่อื่น

ในช่วงวิกฤติแบบนี้ เลิกคิดครับว่าไม่มีต้นทุน ทำไม่ได้ ไม่เก่ง แต่ให้คิดหาทางครับ ว่าจะรอดได้อย่างไร ไม่มีใครปล่อยให้ตัวเองอดตาย คนจะจมน้ำยังต้องตะกายขึ้นบนผิวน้ำ เราต้องพยายามเองก่อน อย่ารอแต่ให้คนอื่นมาช่วย ถ้าเราพยายามแล้ว คนอื่นๆเขาก็อยากเข้ามาช่วยเหลือครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น